05 ตุลาคม 2551
ปฏิเสธไม่ใช่แผนเรียกคน กรณีจำลองถูกตำรวจรวบตัว
แกนนำพันธมิตรฯ คนเดิม กล่าวถึงคำถาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเหมือนกับเหตุการณ์พฤษภาทมิฬหรือ ไม่ ว่า ไม่ใช่ ปัญหาที่จะตามมาเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะดูแลไม่ให้สถานการณ์บานปลาย อย่างไรก็ตาม การไปใช้สิทธิของ พล.ต.จำลองไม่ใช่แผนการระดมคนมาชุมนุม แต่เป็นการไปทำหน้าที่
นายพิภพ กล่าวอีกว่า รัฐบาลเป็นคนสร้างเงื่อนไขเอง รัฐบาลต้องเป็นคนแก้ปัญหา พันธมิตรฯ จะนำการชุมนุมไปโดยสงบและสันติตามเป้าหมายเดิมที่มีอยู่ โดยรัฐบาลพลังประชาชนต้องออกไป รัฐบาลไม่มีความ ชอบธรรมที่จะทำการเมืองใหม่ ตอนนี้ รัฐสภากำลังจะเล่นเกมอยู่ตลอดเวลาทั้งการเอารัฐธรรมนูญของ นพ.เหวง โตจิราการ และการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) พล.ต.จำลอง ไม่ได้อยู่ในเกมนี้ แต่อยู่ในความถูกต้อง
ด้าน นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การระดมคนไม่จำเป็นต้องให้คนมาจับ สามารถประกาศให้ประชาชนมาชุมนุมได้ ส่วนจะมีแกนนำออกไปแสดงความกล้าหาญอีกหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ที่อาจมีก็ได้ แต่ขณะนี้ยังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร การจะไปที่ไหนต้องมีการหารือในระหว่างแกนนำ
แกนนำพันธมิตรฯ คนเดิม กล่าวถึงคำถาม การเจรจาระหว่างรัฐบาลกับพันธมิตรฯ จะยังคงมีอยู่หรือไม่ ว่า ถ้าเป็นแบบนี้ คงไม่มีการเจรจา ไม่ได้พูดว่าปิด แต่เมื่อสถานการณ์ไม่มีความจริงใจคงไม่ต้องพูดอะไรกับคนที่ไม่รับผิดชอบ
ที่มา http://www.thairath.co.th/online.php?section=newsthairathonline&content=106589
13 กันยายน 2551
4 ผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. เปิดนโยบายสิ่งแวดล้อมเมือง
4 ผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.เปิดนโยบายสิ่งแวดล้อมเมือง เน้นเพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดมลพิษทางอากาศ แก้จราจร ยกระดับคุณภาพชีวิตสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถนนสามเสน มีการจัดเสวนาเรื่อง วิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อม ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ จัดโดยสมาคมนักข่าวสิ่งแวดล้อม มีนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน หมายเลข 5 พรรคประชาธิปัตย์ นายประภัสร์ จงสงวน หมายเลข 10 พรรคพลังประชาชน นายเกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ หมายเลข 2 สังกัดอิสระ นางลีนา จังจรรจา หมายเลข 7 สังกัดอิสระ เข้าร่วมงาน ด้าน นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครหมายเลข 8 ติดภารกิจ
นายอภิรักษ์กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมใน กทม.นั้นมีด้วยกันหลายส่วนคือ เรื่องของระบบน้ำท่วม กทม.ซ้ำซากโดยจะทำแนวกั้นน้ำท่วมรอบแม่น้ำเจ้าพระยา จะขยายแก้มลิงตามแนวพระราชดำริอีก 20 แห่งตั้งเป้าจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ได้อีก 3,000 ไร่ ส่วนปัญหาขยะใน กทม.จะทำธนาคารขยะในโรงเรียนโดยให้นักเรียนนำขยะจากบ้านมาฝากและเปลี่ยนเป็นเงิน
ส่วนนายประภัสร์กล่าวว่า หากได้เป็นผู้ว่าฯ กทม.นโยบายสิ่งแวดล้อมสำคัญคือจะเน้นเรื่องของการบริหาร โดยเฉพาะการควบคุมให้มีการปฏิบัติอย่างจริงจัง เพราะ กทม.เองมีหน่วยงานที่จะดูแลเรื่องของสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว แต่ไม่ได้มีการเข้มงวดให้เกิดการปฏิบัติ ทำให้งานด้านสิ่งแวดล้อมไม่ได้ผลตามแผนที่เขียนไว้ จึงทำให้การแก้ปัญหาไม่สัมฤทธิผล
“ปัญหาสิ่งแวดล้อมในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาการจราจร ดังนั้นต้องแก้ปัญหาด้านจราจรให้ได้ ซึ่งจากประสบการณ์ความเชี่ยวชาญด้านการจราจรจะเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้ดีขึ้น โดยเน้นการปฏิบัติไม่ทำให้นโยบายอยู่แต่ในแผ่นกระดาษ” นายประภัสร์กล่าว
ด้านนางลีนากล่าวว่า จะเน้นเรื่องของคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ มากกว่า หากได้เป็นผู้ว่าฯ กทม.จะให้ความสำคัญกับการจัดเก็บขยะ จะให้เงินเดือนเพิ่มกับพนักงานเก็บขยะของ กทม.จะแจกถุงดำให้ชาว กทม.ทุกบ้าน เพื่อให้แยกขยะ บ้านไหนไม่แยกขยะ ก็จะไม่เก็บขยะให้
ส่วนนายเกรียงศักดิ์กล่าวว่า จากผลการสำรวจพบว่า ที่ผ่านมาคนกรุงเทพฯ ต้องผจญกับปัญหาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ มากมาย ถึงเวลาที่จะต้องฟอกพิษให้แก่กรุงเทพฯ เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้น ทั้งสวนหย่อม สวนป่า หากได้เป็นผู้ว่าฯ กทม.จะสนับสนุนให้มีการสร้างสวนหย่อมลอยฟ้า บนดาดฟ้าตึกในกรุงเทพฯ ให้มากขึ้น ส่วนสารไดออกซินและฟิวแรน ที่เกิดจากเมรุเผาศพจะให้วัดทุกวัดใน 50 เขตของ กทม. มีเมรุเผาศพแบบมาตรฐาน เพื่อแก้ปัญหามลพิษเหล่านี้
07 กันยายน 2551
นักศึกษากู้ชาติ 80สถาบัน หยุดเรียนไล่ สมัคร
"สมัคร" นักศึกษากู้ชาติกว่าพันคนเคลื่อนไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ขับไล่นายกรัฐมนตรี คดีนักศึกษาไม่คืบ "จงรัก" วอนอย่าชุมนุม ขัดพ.ร.ก.ฉุกเฉิน นักศึกษากู้ชาติรวมพลดาวกระจายค่ำนี้- นัดหยุดเรียน 9 กันยายน
นักศึกษากู้ชาติ กว่าพันคนเคลื่อนไปอนุสาวรีย์ปชต.ขับไล่นายกฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. เครือข่ายนิสิต นักศึกษา เยาวชนกู้ชาติ ( Young PAD ) ซึ่งมีนักศึกษาจาก 80 สถาบันทั่วประเทศกว่าพันคนนัดรวมพลชุมนุมใหญ่เพื่อเป็นการแสดงพลังที่สะพาน มัฆวานรังสรรค์ เคลื่อนพลดาวกระจายไปที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเพื่อแสดงพลังการเมืองขับไล่ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี
นักศึกษากู้ชาติ รวมพลดาวกระจายค่ำนี้-นัดหยุดเรียน9 กันยายน
ก่อนหน้านี้เครือข่ายนิสิต นักศึกษา ได้นัดรวมพลชุมนุมใหญ่เพื่อเป็นการแสดงพลังที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ พร้อมเตรียมเคลื่อนพลดาวกระจาย 2 จุดในค่ำวันนี้ เพื่อประกาศอิสรภาพของนักศึกษา รวมถึงมีการนัดหยุดเรียนตั้งแต่วันอังคารที่ 9 กันยายน ส่วนจะหยุดถึงเมื่อใดนั้น จะต้องขอมติจากกลุ่มอีกครั้ง
คดีนักศึกษาไม่คืบ -"จงรัก" วอนอย่าชุมนุม ขัดพ.ร.ก.ฉุกเฉิน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อ 13.30 น. วันที่ 6 กันยายน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาบล พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาการผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และพล.ต.ต.วิบูลย์ บางท่าไม้ รอง ผบช.น. แถลงข่าวภายหลังการประชุม
พล.ต.อ.จงรัก กล่าวถึงกรณีนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 2 ค
น ขณะเดินทางไปประท้วงขับไล่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ที่บ้าน เมื่อวันที่ 4 กันยายน ว่า คดีนี้ยังอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน โดยตำรวจตั้งสาเหตุไว้ 3 - 4 ประเด็นกว้างๆ ส่วนกรณีที่นักศึกษากดดันตำรวจให้หาคนร้ายมาลงโทษใน 2 สัปดาห์นั้น คงเป็นไปไม่ได้ เพราะตำรวจต้องใช้เวลาสอบสวน นอกจากนี้ ยังมีคดี ลัก วิ่ง ชิง ปล้น อีกมากมาย ไม่ใช่คดีนี้คดีเดียวที่ต้องทำ ส่วนการพสเกตซ์ภาพคนร้ายนั้น จากการสอบสวนพบว่าไม่มีใครเห็นหน้าคนร้ายอย่างชัดเจน จึงต้องหาหลักฐานต่อไป
ส่วนกรณีที่นักศึกษาเรียกร้องให้ไปรวมตัวกับพันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตยนั้น พล.ต.อ.จงรัก กล่าวว่า อยากขอร้องน้องๆ ให้พิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอย เพราะการชุมนุมจะละเมิดประกาศภาวะฉุกเฉินในเขตกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ ตำรวจยังประจำการอยู่ตามสถานที่ต่างๆ เช่นเดิม และรอฟังคำสั่งจากทหารว่า จะให้ปฏิบัติอย่างไรต่อไป
ด้านพล.ต.ต.วิมล เปาอินทร์ ผบก.น.4 กล่าวว่า กรณีที่นักศึกษาถูกยิง ได้สั่งการฝ่ายสืบสวนไปตรวจสอบภาพคนร้ายจากกล้องวงจรปิดแล้ว แต่ในสถานที่เกิดเหตุไม่มีกล้องวงจรปิด อย่างไรก็ตาม สามารถจับภาพรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยได้ ซึ่งต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ว่าจะพิจารณาออกภาพสเกตซ์ได้หรือไม่
03 กันยายน 2551
ฟังเสียงของประชาชน
จากประสบการณ์ที่ผ่านมารัฐบาลได้ประกาศใช้กฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉิน ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มาเป็นเวลาหลายปีแล้ว ทั้งยังดูเหมือนว่าจะมีประกาศกฎอัยการศึก ทับซ้อนเข้าไปอีก แต่ก็ยังไม่สามารถฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยได้ เพราะเป็นปัญหาที่ซับซ้อนทั้งทางการเมือง เชื้อชาติ ศาสนา ไม่ใช่ปัญหา “โจรกระจอก” อย่างที่บางคนกล่าวอ้าง จึงไม่อาจแก้ได้ด้วยแค่การใช้กฎหมาย น่าเสียใจที่การเลือกข้างที่ต่างกันทางการเมือง นำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรง ส่วนหนึ่งเพราะการปลุกระดมความผิด ผ่านสื่อที่เลือกข้างที่ต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเพราะการใช้ เสรีภาพที่อาจจะล้ำเส้น และถูกซ้ำเติมด้วยผู้ นำรัฐบาล ที่ไม่เข้าใจและไม่ยอมรับ “การเมืองภาคประชาชน” เพราะถือว่าเป็น “แก๊งข้างถนน” จึงมุ่งแก้ไขด้วยอำนาจทางกฎหมาย ท่ามกลางความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่ ทุกฝ่ายต่างอ้างประชาชนเป็นเกราะกำบัง จึงหวังว่าน่าจะฟังความเห็นที่แท้จริง ของประชาชนทั่วประเทศ จากผลการสำรวจของ สำนักวิจัยเอแบคโพล 79.4% เป็นห่วงว่าความ ขัดแย้งทางการเมือง จะทำให้ไทยกลายเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน ส่วนวิธีการแก้ปัญหา 81.7% อยากให้เจรจากันโดยสันติ 84.6% ให้ยึดกระบวน การยุติธรรม และ 90.8% ให้รู้รักสามัคคี.
ที่มา www.thairath.co.th/news.php?section=politics01&content=102902
01 กันยายน 2551
สมัคร ย้ำไม่ยุบสภา-ลาออก ต้องประคองบ้านเมือง
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 สมัยสามัญนิติบัญญัติ เมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. ที่ผ่านมา (31 ส.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ลุกขึ้นอภิปรายเสนอยุบสภา เพื่อรักษาระบอบประชาธิปไตยด้านนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่สมาชิกรัฐสภาหลายท่านเสนอให้ตนลาออก หรือยุบสภา เพื่อเป็นทางออกของปัญหาวิกฤติการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้นั้น ส่วนตัวก็เห็นด้วย แต่เนื่องจากเวลานี้ บ้านเมืองเราที่อุตสาห์เดินมาถึง 76 ปี มีระบอบประชาธิปไตยที่ทั่วโลกชื่นชม มันเคยมีแบบนี้หรือไม่ มันมีเหตุผลสมควรหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า การที่มาบอกว่าตนพูดจาเหมือนอาลัยอาวรณ์ตำแหน่งนั้น ขอบอกว่าตนมาทำหน้าที่นี้ เพราะไปรับอาสามา และก็ต้องทำให้ตลอดรอดฝั่ง พิสูจน์หน่อยว่าตนอยากได้ใคร่ดีเพื่ออะไร เวลานี้เป็นภาระไม่ใช่ความอยากด้วย ไม่เป็นเสียได้ก็หมดภาระ แต่ว่าเป็นหน้าที่ที่เราจะต้องประคับประคอง ต้องให้บ้านเมืองนี้มีสถานะอยู่กับชาวโลกเขาได้
"ผมไม่ใช่คนดื้อรั้น แต่เวลานี้ผมเป็นคนถือหางเสือบ้านเมืองนี้ ทุกอย่างที่เราจะพูดกันวันนี้คนทั้งบ้านเมืองเขาดูอยู่ การตัดสินใจนั้น ต้องอยู่ที่ผม" นายกรัฐมนตรีกล่าวในที่สุด
ต่อมา นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน ลุกขึ้นอภิปราย โดยอ้างว่ามีหลักฐานเป็นเอกสารที่มีผู้นำไปไว้ในรังนกกระจอกใหม่ ของสื่อมวลชนประจำทำเนียบฯ ระบุถึงขบวนการสนับสนุนเงินทุนผ่านพรรคการเมืองหนึ่ง เป็นเงินกว่า 200 ล้านบาท ให้เคลื่อนไหวก่อนหน้าที่จะเกิดรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 พร้อมอ้างถึงบุคคลที่นามสกุลเดียวกับ ส.ส.พรรคการเมืองหนึ่ง
31 สิงหาคม 2551
สมัครกลับถึงกรุงเทพฯหลังเดินทางกลางดึกไปหัวหิน
สมัครกลับถึงกรุงเทพฯหลังเดินทางกลางดึกไปหัวหิน [30 ส.ค. 51 - 13:25]จากกรณีมีรายงานข่าวว่า กลางดึกที่ผ่านมา นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางด้วยเครื่องบินเล็กของทหาร จากกองการบินกรมการขนส่งทหารบก โดยมีเป้าหมายที่สนามบินบ่อฝ้าย อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์นั้น
ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (30 ส.ค.) ว่า เมื่อเวลาประมาณ 10.50 น. นายสมัครได้เดินทางด้วยเครื่องบินเล็กของทหารกลับมาถึงกองการบินกรมการขนส่งทหารบก กรุงเทพฯ แล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อนายสมัครพบกลุ่มสื่อมวลชนที่เฝ้ารอรายงานข่าวได้พยายามหลบเลี่ยงและเดินทางกลับบ้านพักย่านนวมินทร์
ทั้งนี้ เวลาประมาณ 15.00 น. วันนี้ นายสมัครมีกำหนดเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในการเสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานในพิธีเปิดงาน และมอบธงสัญลักษณ์งานวันแม่ถึงวันพ่อ 116 วันสร้างสามัคคี ที่อาคารใหม่ สวนอัมพร
ที่มา http://www.thairath.co.th/news.php?section=newsthairathonline&content=102446
30 สิงหาคม 2551
พันธมิตรฯพร้อมยุติชุมนุมหาก'สมัคร'ลาออก
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : เวลา23.00น.ผุ้สื่อข่าวรายงานว่าการชุมนุมของพันธมิตรฯ ตั้งแต่ช่วงค่ำที่ผ่านมา บรรยากาศคึกคัก บนเวทียังคงมีการโจมตีรัฐบาล และเรียกร้องให้นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ประกาศชาออก หาก นายสมัคร ออก การชุมนุมจะยุติทันที
ส่วนบรรยากาศทั่วไปประชาชนยังเดินทางเข้ามาในพื้นที่อย่างต่อเนื่องและก็มีบางส่วนที่ทยอยเดินทางกลับ และบางส่วนจับจองพื้นที่ว่าง โดยเฉพาะสนามหญ้า และด้านข้าง และด้านหน้าตึกบัญชาการ เพื่อใช้เป็นที่พักผ่อน
สำหรับแกนนำทั้ง 5 ต่างขึ้นเวทีปราศรัย เมื่อเวลา 22.00 น. นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ขึ้นเวทีปราศรัย และกล่าวแสดงความขอบคุณที่ประชาชนที่เข้าร่วมไม่ขาดสาย
ด้านนายสนธิใช้ช่วงเวลาว่างจากการปราศรัยเดินเยี่ยมเยียนผู้ชุมนุมโดยมีการ์ด รักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
ที่มา http://www.rssthai.com/reader.php?t=politic&r=12156
27 สิงหาคม 2551
ศาลอนุมัติหมายจับ 9 แกนนำพธม.
นายสนธิ ลิ้มทองกุล ,พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ,นายพิภพ ธงไชย ,นายสมศักดิ์ โกศัยสุข และนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายสุริยะใส กตะศิลา, นายอมร อมรรัตนานนท์, นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ และนายเทิดภูมิ ใจดี
ใน 4 ข้อหาคือ ความผิดฐานเป็นกบฏ ตามมาตรา 113 ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต, สะสมกำลังพลหรืออาวุธ ตระเตรียมการ หรือสมคบกันเพื่อเป็นกบฏ ตามมาตรา 114 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3-15 ปี, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามมาตรา 215 และ เมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วสุมให้เลิกแล้วไม่เลิก ตามมาตรา 216 โดยทั้งหมดมีพยานหลักฐานที่ค่อนข้างชัดเจน ว่ามีการกระทำความผิดจริง ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนระบุว่า อาจมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม แต่ยังไม่สามารถระบุได้ในตอนนี้ ต้องกลับไปทำการสอบปากคำ และสอบสวนอีกครั้งหนึ่ง
หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะนำสำนวน และหมายจับไปที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ก่อนจะทำการประชุมกับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่อีกครั้งหนึ่งว่า จะดำเนินการต่อไปอย่างไร
โดยพนักงานสอบสวนยอมรับว่า การจะเข้าไปจับกุมแกนนำพันธมิตรฯภายในทำเนียบรัฐบาลนั้น คงเป็นเรื่องยากและอาจเกิดปัญหากระทบกระทั่งกับกลุ่มผู้ชุมนุมได้ วิธีที่ดีที่สุดคือ การเข้าไปเจรจาก่อน แต่จะเจรจาหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้บังคับบัญชา.
ที่มา http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=174952&NewsType=1&Template=1
26 สิงหาคม 2551
ประมวลภาพปฏิบัติการวันเดียวจบ



ที่มา http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Columnid=62183&NewsType=2&Template=1
17 สิงหาคม 2551
เศรษฐกิจเริ่มดีต้องทำการเมืองให้ดี
ที่มา หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ประจำวันที่ 16 สิงหาคม 2551
http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?ColumnId=61738&NewsType=2&Template=1
08 สิงหาคม 2551
ปัญหาการเมืองเกิดขึ้นมาเพราะคน
ที่มา หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ประจำวันที่ 2 สิงหาคม 2551
http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?ColumnId=61081&NewsType=2&Template=1
01 สิงหาคม 2551
ซิ่งชนเหล็กกั้นเวทีพันธมิตร
การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเริ่มจะมีเหตุการณ์รุนแรงเพิ่มขึ้นหลังจากกลุ่มแนวร่วมพันธมิตรฯใน จ.อุดร ธานี ถูกม็อบต่อต้านรุมทำร้ายจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 10 คน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับ นายขวัญชัย ไพรพนา กับนายอุทัย แสนแก้ว แกนนำม็อบต่อต้านพันธมิตรฯ ส่วนการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนิน ยังคงชุมนุมกันต่อไปเพื่อขับไล่รัฐบาล พร้อมกับเสริมกำลัง รปภ.ดูแลความเรียบร้อยในที่ชุมนุมร่วมกับกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลที่จัดกำลังมาดูแลรักษาความสงบป้องกันมือที่สามก่อเหตุ ขณะที่ข้าราชการและลูกจ้างกระทรวงศึกษาธิการได้ร้องต่อศาลแพ่งขอให้มีคำสั่งให้กลุ่มพันธมิตรฯรื้อเวทีปราศรัยเนื่องจากกีดขวางเส้นทางเข้า-ออกกระทรวงศึกษาธิการ
29 กรกฎาคม 2551
อย่าปล่อยให้คนไทยทำร้ายกัน
ที่มา หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ประจำวันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2551
http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?ColumnId=60836&NewsType=2&Template=1
24 กรกฎาคม 2551
ออกหมายจับ'สนธิ''หมิ่นเบื้องสูง
ศาลอนุมัติหมายจับ"สนธิ ลิ้มทองกุล"หลังจากคดี"ดา ตอร์ปิโด"พ่นพิษ ลากหัวหน้าพันธมิตรฯพ่วงท้ายดำเนินคดีด้วย ระบุนำคำพูดหมิ่นเบื้องสูง ไปเผยแพร่บนเวทีปราศรัย หอบหลักฐานเด็ด เทปบันทึกภาพยื่นศาลเรียบร้อย ขณะที่ “บักใส” ติดต่อพาลูกพี่นัดมอบตัวที่ บช.น. ทีมทนายออกโรงโต้ไม่ดูเจตนา อ้างปราศรัยเพื่อเร่งรัดคดีตำรวจ “จงรัก” แถลงเข้าข่ายผิดข้อหาหมิ่นสถาบัน ยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย “อัศวิน” ระบุใช้มาตรฐานเดียวกัน ส่วนม็อบพันธมิตรฯ ฮือบุก ประท้วงเก้อหน้าโรงพักดุสิต นึกว่าลูกพี่ถูกหิ้วมา ด้านอาจารย์อักษร จุฬาฯ ติดต่อยื่นประกัน “ดา ตอร์ปิโด” แต่ศาลไม่อนุมัติ ขอยื่นอุธรณ์ต่อ ปธ.กก.พลังแผ่นดินฯ บุกสตช.ทวงถามความคืบหน้าคดี “จักรภพ” ขณะที่เมืองมหาสารคาม ไล่ดุเดือดม็อบพันธมิตรฯ
ภายหลังจากตำรวจนครบาล ได้ติดตามจับกุมตัว น.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ “ดา ตอร์ปิโด” แนวร่วมกลุ่มประชาธิปไตยและขับไล่เผด็จการ (นปก.) หลังได้ขึ้นปราศรัยที่ท้องสนามหลวง มีการพูดก้าวล่วงสถาบันเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เมื่อค่ำวันที่ 18-19 ก.ค. ที่ผ่านมา ภายหลังถูกจับกุม น.ส. ดารณี ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวส่งฝากขังศาล พร้อมคัดค้านการประกันตัว จากนั้นส่งเข้าควบคุมที่ทัณฑสถานหญิงกลาง บางเขน ตามที่เสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น
คดี “ดา ตอร์ปิโด” พ่นพิษ
ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่ บช.น. พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น เปิดเผยว่า นอกจากกรณีของ น.ส.ดารณี แล้วพนักงานสอบสวน กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเตรียมการออกหมายจับผู้ต้องหารายอื่น ๆ ต่อไป ทั้งผู้ต้องหาที่เป็นบุคคลที่มีการปราศรัยบนเวทีรวมถึงการเผยแพร่ทางเว็บไซต์และทางสถานีเคเบิลทีวีด้วย โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติแต่อย่างใดและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายด้วยเกียรติของตำรวจนครบาล แม้แต่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พูดพาดพิงในสภาเราก็ออกหมายจับทั้งนั้น
“ขอยืนยันอีกครั้งว่า ทุกกรณีทุกคนเราดำเนินการหมดตามขั้นตอนกฎหมายโดยไม่ต้องมีการออกหมายเรียกก่อน เนื่องจากคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนั้น เป็นคดีที่มีโทษเกิน 3 ปีขึ้นไปฉะนั้นไม่จำเป็นต้องมีการออกหมายเรียกสามารถออกหมายจับได้ทันที เพราะเป็นคดีที่สามารถดำเนินการได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้มีใครมาแจ้งความเพราะสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่คนไทยทุกคนเคารพบูชา”
ยื่นศาลขอหมายจับ “สนธิ”
ต่อมาเวลา 15.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 904 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนคำร้องของ พ.ต.ท.สุรศักดิ์ สิงห์ไกร รอง ผกก.สส.สน.ดุสิต เรื่องขออนุมัติหมายจับนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ ราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 พ.ต.ท.ณัฐนิติ หลุดหละ สว.สส.สน.ดุสิต ขึ้นเบิกความว่า ตนเองได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ดูแลการบันทึกภาพและเสียงการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ พบว่าเมื่อคืนวันที่ 20 ก.ค. 51 เวลา 21.45-22.15 น. นายสนธิแกนนำพันธมิตรฯ ได้ขึ้นปราศรัย โดยมีการกล่าวอ้างถึงเหตุการณ์ที่ น.ส. ดารณี เชิงชาญศิลปกุล หรือ “ดา ตอร์ปิโด” สมาชิก นปก. กล่าวข้อความหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ซึ่งอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายอาญา จึงสั่งการให้ตำรวจทำการบันทึกภาพและเสียงไว้
ถอดเทปคำปราศรัยมัดตัว
ด้าน พ.ต.ท.สุรศักดิ์ สิงห์ไกร เบิกความว่า ตนซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ทำการบันทึกภาพ และผู้ถอดเทปคำปราศรัยของนายสนธิ ก่อนนำเสนอผู้บังคับบัญชา ซึ่งจากการตรวจสอบพยานหลักฐานเบื้องต้นเห็นว่า คำพูดของนายสนธิ เข้าข่ายกระทำผิดตาม ป.อาญา ม.112 และคดีมีอัตราโทษสูงเกินกว่า 3 ปี ตาม ป.วิอาญา ม.66 (1) จึงเห็นสมควรขอให้ศาลอนุมัติหมายจับ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปพร้อมกันนี้ พนักงานสอบสวนได้ยื่นแผ่นวีซีดีบันทึกภาพการปราศรัย และบันทึกการถอดเทปคำปราศรัยของนายสนธิส่งศาลประกอบการพิจารณาด้วย
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ร้องมีพยาน ขึ้นเบิกความ 2 ปาก และส่งมอบแผ่นวีซีดีบันทึกภาพเหตุการณ์ กรณีมีหลักฐานตามสมควรน่าเชื่อได้ว่านายสนธิ กระทำผิด หรืออาจกระทำผิดกฎหมายอาญา ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกสูงกว่า 3 ปี จึงมีคำสั่งให้อนุมัติหมายจับตามคำร้อง และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งผลการดำเนินการตามหมายจับมาให้ศาลภายใน 7 วัน
“จงรัก” แถลงหมายจับ “สนธิ”
ที่ บช.น. ช่วงเย็นวันเดียวกัน พล.ต.อ. จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.อัศวิน ผบช.น. และ พล.ต.ท.ภานุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ร่วมกันแถลงข่าวยืนยันกรณีศาลอาญาอนุมัติหมายจับกุมนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ เลขที่ 2245/2551 ข้อหาหมิ่นประมาทดูหมิ่นแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์พระราชินี รัชทายาทหรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พร้อม แสดงหมายจับต่อสื่อมวลชน ระบุหากพบตัวที่ไหนสามารถจับกุมได้ทันที
พล.ต.อ.จงรัก กล่าวว่า ตำรวจได้ตรวจสอบเทปกล้องวิดีโอ พิจารณาตามเนื้อหาที่นายสนธิ ขึ้นปราศรัยเข้าข่ายผิดกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จึงสั่งการพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต นำหลักฐานเสนอต่อศาลอาญาออกหมายจับ โดยศาลได้พิจารณาอนุมัติออกหมายจับนายสนธิ เมื่อเวลา 16.00 น. (23 ก.ค.) ข้อหากระทำความผิดหมิ่นประมาท ดูหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และให้จับกุมตัวนายสนธิ ไปส่งดำเนินคดีที่ สน.ดุสิต ภายในอายุความ 15 ปี แต่ตำรวจยังไม่ไปจับต้องการให้นายสนธิ มามอบตัว จากนั้นก็ต้องสอบปากคำ ให้ความเป็นธรรมไปตามรูปคดีทุกประการ
“บักใส” ติดต่อพาลูกพี่มอบตัว
พล.ต.ท.อัศวิน กล่าวว่า ได้รับการประสานทางโทรศัพท์จากนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ ว่าจะนำตัวนายสนธิ เข้ามอบตัวสู้คดีรับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวนเวลา 09.00 น. วันที่ 24 ก.ค. ที่ บช.น. ส่วนจะให้ประกันตัวหรือไม่นั้นตอนนี้ยังตอบไม่ได้ขอให้มามอบตัวก่อน เพราะนายสนธิ มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งอยากให้มามอบตัวตามที่นัดหมายไว้และยังไม่มีการต่อรองใด ๆ เมื่อมี หมายจับแล้วตำรวจก็สามารถจับกุมตัวได้ตามหน้าที่มีการเตรียมพนักงานสอบสวนไว้สอบปากคำเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามก่อนที่จะเดินจากไป พล.ต.ท.อัศวิน ได้พูดทิ้งท้ายเป็นปริศนาว่า “คนอย่างอัศวินมีมาตรฐานเดียวกัน” ทำให้บรรดาสื่อมวลชนคาดการณ์ว่าพนักงานสอบสวนจะใช้มาตรฐานเดียวกันกับคดีของ น.ส.ดารณี ที่ถูกนำตัวส่งฟ้องศาลก่อนหน้านี้ในข้อหาเดียวกัน
บุกโรงพักคิดว่าถูกจับแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ช่วงเย็นวันเดียวกัน ภายหลังมีกระแสข่าวว่านายสนธิ จะเข้ามอบตัว ที่ สน.ดุสิต ปรากฏว่าได้มีกลุ่มพันธมิตรฯ 100 คน เดินทางมาชุมนุมบริเวณหน้าสน.ดุสิต โดยกลุ่มผู้ชุมนุมต่างตะโกนให้มีการปล่อยตัวนายสนธิ ต่อมามีนายธิต (ไม่ทราบนามสกุล) อ้างว่าเป็นตัวแทนของกลุ่มเดินทางเข้าเจรจากับ พ.ต.ท.รุ่งเพชร เมฆี พงส. (สบ 2) ให้ปล่อยตัวนายสนธิ โดย พ.ต.ท.รุ่งเพชร เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางนายสนธิ ยังไม่ได้เดินทางมา มอบตัวแต่อย่างใด และทาง สน. ไม่ได้ควบคุมตัวไว้ แต่ทราบว่า นายสนธิ จะเดินทางเข้ามามอบตัว ในวันที่ 24 ก.ค. แต่ยังไม่ทราบเวลาและสถานที่ หลังจากทราบเรื่องทางกลุ่มผู้ชุมนุมจึงพากันสลายตัว ทั้งนี้ ระหว่างกลุ่มพันธมิตรฯ มารวมตัวหน้า สน. ได้มีวัยรุ่นประมาณ 20 คน มาตะโกนขับไล่แต่ไม่มีเหตุรุนแรง
ไม่ให้ประกัน “ดา ตอร์ปิโด”
ส่วนที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อายุ 53 ปี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย แกนนำ “กลุ่มคนเดือนตุลาไม่เอาเผด็จการ” ได้ยื่นคำร้องพร้อมใช้ตำแหน่งข้าราชการระดับ 8 อัตราเงินเดือน 25,000 บาท ซึ่งมูลค่าประกัน 10 เท่า เป็นเงิน 250,000 บาท ขอประกันตัว น.ส.ดารณี ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ถ้อยคำหมิ่นประมาทหรือดูหมิ่น ตามคำร้องขอออกหมายจับ และคำร้องขอ ฝากขังต่อศาลครั้งที่ 1 มีข้อความที่ร้ายแรง พฤติการณ์แห่งคดีจึงเป็นเรื่องร้ายแรงอย่างยิ่ง ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้าน น่าเชื่อว่า หากปล่อยชั่วคราวอาจหลบหนีจึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
นายสุธาชัย กล่าวว่า ตนเองมายื่นประกันตัวในฐานะเพื่อนสนิท อย่างไรก็ดี ในช่วงเช้าวันที่ 24 ก.ค. ตนจะเตรียมยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลโดยใช้หลักทรัพย์เดิม โดยจะอ้างเหตุผลว่า น.ส.ดารณี เป็นประชาชนธรรมดาไม่ใช่ผู้ร้าย ไม่เคยกระทำผิดกฎหมายมาก่อน และไม่ใช่ผู้มีอิทธิพลที่จะไปทำลายเอกสารหลักฐานรูปคดีได้ และไม่คิดหลบหนี
ทวงถามคืบหน้าคดี “จักรภพ”
ก่อนหน้านี้ช่วงเช้าวันเดียวกัน ที่ สตช. ได้มี พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ ประธานคณะกรรมการพลังแผ่นดิน พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมด้วย พล.ร.อ.อรุณ เสริมสำราญ คณะกรรมการพลังแผ่นดิน และคณะติดตามอีก 3 คน ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ให้เร่งรัดในการดำเนินคดีกับนายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยมี พล.ต.ต.เรืองศักดิ์ จริตเอก รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ในฐานะรองโฆษก ตร. เป็นผู้รับเรื่อง
ด้าน พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รอง ผบช.ก. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีนายจักรภพ ว่า ตำรวจได้ดำเนินการกรณีนี้เหมือนคดีหมิ่นฯ อื่น ๆ ต้องมีการพิจารณาหลายขั้นตอน เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ขณะนี้อยู่ในขั้นของพนักงานสอบสวน กองปราบปราม ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน ส่งให้กรรมการระดับ บช.ก. ลงความเห็นก่อนส่งให้คณะกรรมการ ระดับ ตร. และส่งให้ ผบ.ตร. ลงความเห็นว่าควรสั่งฟ้องหรือไม่ คาดว่าทางพนักงานสอบสวนน่าจะรวบรวมพยานหลักฐานใกล้เสร็จสิ้นและส่งให้กรรมการ บช.ก. พิจารณาได้ในเร็ว ๆ นี้
ฮือไล่พธม.มหาสารคาม
ที่ จ.มหาสารคาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นได้มีกลุ่มพันธมิตรฯ มหาสารคามได้เตรียมเวทีปราศรัย ที่บริเวณถนนหน้า รร.อนุบาลมหาสารคาม ขณะกำลังเตรียมจัดตั้งเวที ปรากฏว่าได้มีกลุ่มต่อต้าน 200 คน โพกผ้าสีแดงเป็นสัญลักษณ์บุกเข้ารื้อเวทีเนื่องจากไม่ต้องการให้มาสร้างความแตกแยกในพื้นที่ ทำให้ตำรวจกว่า 200 นาย ต้องปิดกั้นมิให้สองฝ่ายปะทะกัน แต่กลุ่มต่อต้านมาเสริมกำลังอีกประมาณ 200 คน โดยฝ่ายคัดค้านพยายามใช้รถ 6 ล้อ เคลื่อนตัวเข้าแหวกแนวสกัดกั้น ทางฝ่ายตำรวจจึงต้องระดมกำลังเสริมเพื่อป้องกันเหตุการณ์บานปลาย
ทีมทนายยื่นประกันสู้คดี
ส่วนบรรยากาศความเคลื่อนไหว ที่บริเวณเวทีปราศรัยกลุ่มพันธมิตรฯ บริเวณสะพานมัฆวานฯ ที่มีการชุมนุมครบ 60 วัน หลังมีการรายงานข่าวการออกหมายจับนายสนธิ ทำให้ช่วงหัวค่ำมีผู้มาร่วมชุมนุมจำนวนมาก แกนนำสลับกันขึ้นปราศรัยโจมตีรัฐบาลและตำรวจอย่างดุเดือดเผ็ดมัน นายนิติธร ล้ำเหลือ ทีมทนายความของนายสนธิ แถลงว่า วันที่ 24 ก.ค. ถ้าตำรวจมีการยื่นคัดค้านการประกันตัว ตนจะไปยื่นเรื่องต่อสภาทนายความทันทีว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะเป็นการดำเนินคดีโดยไม่ได้ดูเจตนาของนายสนธิ ที่ปราศรัยเพื่อต้องการให้ตำรวจเร่งรัดการดำเนินคดี น.ส.ดารณี และเป็นการพูดโดยสรุปเท่านั้นไม่ได้มีการพาดพิงหมิ่นสถาบันแต่อย่างใด และสังคมได้เห็นชัดเจนมาตลอดว่า แกนนำทุกคนมีความจงรักภักดี ปกป้องสถาบันมาตลอด
ด้านนายสุริยะใส กล่าวว่า ในวันที่ 24 ก.ค. ติดต่อทาง ผบช.น. เรียบร้อยแล้ว ไม่มีเจตนาหลบหนี แต่ต้องการจะเตรียมคำให้การและเอกสารเรื่องขอประกันตัวทันที ตำรวจมีสิทธิจะคัดค้านได้แต่พวกตนเชื่อมั่นในความยุติธรรมของศาล อย่างไรก็ดี แกนนำยังคงจะชุมนุมต่อไปไม่เลิก และวันที่ 25 ก.ค. จะใช้ยุทธศาสตร์ดาวกระจายไปที่ สำนักงาน ปตท.
“ตู่” ชี้ นปก.ยุติบทบาทแล้ว
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน อดีตแกนนำแนวร่วม ประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรฯ ปราศรัยเชื่อมโยงว่า “ดา ตอร์ปิโด” คือกลุ่ม นปก. ว่า ขอยืนยันว่า น.ส.ดารณี ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่ม นปก. หรือกลุ่ม นปช. แต่อย่างใด การปราศรัยของน.ส.ดารณี เป็นการกระทำส่วนตัว ซึ่งหากใครทำผิดก็ต้องว่ากันไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ทั้งนี้หลัง นปก. ยุติบทบาทก็ได้มีข้อตกลงอย่างชัดเจนว่าทุกองค์กรในเครือข่ายต่างก็มีอิสระใครจะทำอะไรก็ได้แต่ต้องรับผิดชอบเอาเอง ที่ผ่านมากลุ่ม นปก. ระมัดระวังขอให้แกนนำทุกคนอย่าได้กล่าวล่วงเกินสถาบัน ซึ่งหากใครฝ่าฝืนจะถูกห้ามขึ้นเวทีทันที
15 กรกฎาคม 2551
ทางออกของรัฐบาล
ที่มา เดลินิวส์ ประจำวันที่ 15 กรกฎาคม 2551
10 กรกฎาคม 2551
ปรากฏการณ์ชี้ชะตาการเมืองใหม่
09 กรกฎาคม 2551
ปฏิวัติไม่ใช่ทางแก้ปัญหา
03 กรกฎาคม 2551
เปิดตัวครั้งแรกของ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
10 ก.พ. 2549 พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เปิดตัวอย่างเป็นทางการวานนี้ ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ระบุจะเคลื่อนไหวไปจนกว่านายกรัฐมนตรีจะลาออก
นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) เป็นผู้แถลงรายละเอียด โดยกล่าวว่า องค์กร
"พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" ถือเป็นการรวมตัวที่ต้องบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ เป็นการรวมกันเฉพาะกิจ ซึ่งการใช้เวลาดำเนินกิจกรรมร่วมกันก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี
“เฉพาะกิจในที่นี้อาจจะ 1 สัปดาห์ 1 เดือน หรือ 2 ปี เราไม่ทราบ แต่ว่าภารกิจหลักของเราก็คือผูกอยู่กับการตัดสินใจของท่านนายกฯ ด้วย ถ้าตัดสินใจลาออกตามข้อเรียกร้อง อายุของกรรมการชุดนี้ก็อาจจะจบไปด้วย แต่ถ้าท่านยืนยันที่จะอยู่ต่อ ภารกิจของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็ต้องอยู่ต่อ”
โครงสร้างของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ใช้รูปแบบคณะกรรมการ และมีที่ปรึกษา โดยจะแบ่งออกเป็น 3 ฝ่ายด้วยกัน คือ ฝ่ายวิชาการ ฝ่ายรณรงค์เคลื่อนไหว ฝ่ายประสานงานพันธมิตร และฝ่ายกองเลขาการ แนวร่วมที่ได้มีการประสานงานกันอย่างเป็นทางการ และจะทำงานคู่ขนานกันไปมี 4 กลุ่มได้แก่
กลุ่มแรก ผู้ทรงคุณวุฒิทางสังคม มีนายสุเทพ อัตถากร เป็นแกนนำ
กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มวุฒิสภาเพื่อการปฏิรูปการเมืองขณะนี้ประกาศเข้าร่วม 9 คน มีน.พ. นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
นายการุณ ใสงาม และนายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ เป็นอาทิ
กลุ่มที่ 3 คือเครือข่ายนักวิชาการเพื่อการปฏิรูปการเมือง นำโดย นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล และนายบรรเจิด สิงคะเนติกลุ่มที่ 4
เครือข่ายองค์กรชาวบ้านในต่างจังหวัดซึ่งขึ้นอยู่กับความสะดวกในการประสานงาน
สำหรับ พันธกิจของพันธมิตเครือข่ายประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มี 3 ข้อคือ
ข้อที่ 1 รณรงค์ผลักดันให้นายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ที่ขาดความชอบธรรมขั้นพื้นฐาน ลาออกจากตำแหน่ง
ข้อที่ 2 เปิดโปงความไม่ชอบธรรม และวาระซ่อนเร้นของระบอบทักษิณ
ข้อที่ 3 ประสานกลุ่มพลังต่างๆ ในสังคม ผลักดันการปฏิรูปการเมืองไทยครั้งที่ 2 โดยยึดแนวทางลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน
นายสุริยะใสกล่าวว่า หลักการทำงานของพันธมิตรเครือข่ายประชาชนเพื่อประชาธิปไตยคือ เน้นการมีส่วนร่วม โดยยึดรูปแบบการประสานงานภายใต้ฉันทามติของกลุ่ม ไม่ผูกมัด และคำนึงถึงความเป็นอิสระขององค์กรเครือข่าย หากจะเคลื่อนไหวทางการเมืองในประเด็นและกิจกรรมอื่นๆ ก็จะให้อิสระต่อกัน
แนวทางการเคลื่อนไหวของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประกอบไปด้วย
1. การใช้แนวทางกฎหมายและรัฐธรรมนูญ เช่น ร่วมเข้าชื่อประชาชน 50,000 รายชื่อ ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 303 304 ถอดถอนนายกฯ ทักษิณ ออกจากตำแหน่ง
2. ล่าประชามติประชาชนทั่วประเทศ เรียกร้องให้นายสุชน ชาลีเครือ ประธานวุฒิสภา ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่านายกฯ ทักษิณ มีพฤติกรรมเข้าข่ายซุกหุ้น ภาค 2 และจะยื่นประชามติที่ได้ทั้งหมดให้ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญกลับตัวกลับใจ คืนโอกาสที่มอบให้คุณทักษิณไปเมื่อ 5 ที่แล้ว กับสังคม เพราะโอกาสที่ให้นายกฯ คนนี้ไป นายกฯ ได้ใช้โอกาสนั้นไปกอบโกยและแสวงหาประโยชน์กับพวกพ้องและตระกูลตนเองอย่างให้อภัยมิได้ ฉะนั้น ตุลาการ มีไม่กี่ท่านหรอก 2-3 ท่าน ที่สารภาพว่าให้โอกาสคุณทักษิณเพียงเพราะมีประชาชนล้านกว่าคนล่าชื่อไป และกลัวศาลรัฐธรรมนูญถูกเผา
3. การใช้แนวทางเคลื่อนไหวมวลชน เช่น จัดชุมนุมปราศรัยใหญ่และย่อย ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด อย่างกว้างขวางและต่อเนื่อง เพื่อชี้ให้เห็นถึงอันตรายของระบอบทักษิณ นี่จะมีการแจกแจงรายละเอียดอีกทีหนึ่ง หลังจากมีการประชุมคณะกรรมการพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยครั้งแรก จะมีการแถลงปฏิทินกิจกรรมให้เห็นทั้งหมด
4. จัดอภิปรายเสวนาทางวิชาการ เพื่อให้ข้อมูลอีกด้านกับประชาชนและสังคม ได้เห็นถึงความฉ้อฉลและความล้มเหลวทางนโยบายของรัฐบาล
5. จัดทำสื่อสิ่งพิมพ์ โปสเตอร์ สติ๊กเกอร์ แผ่นพับ หรือวีซีดี เพื่อเผยแพร่ความจริงที่ถูกปกปิด บิดเบือน สู่สาธารณะอย่างกว้างขวางและต่อเนื่อง (ตัวอย่างสติ๊กเกอร์) อันนี้ชาวต่างประเทศอยากมีส่วนร่วมก็ใช้ตัวนี้ "Thaksin Out" นี่เป็นตัวอย่างหนึ่ง "ทักษิณ ออกไป" อันนี้อาจจะเหมาะกับวัยรุ่น ไทยคำ อังกฤษ ทำมา 3 แบบ ตามสเปก แล้วแต่จะเลือก
ทั้งนี้ นายระพี สาคริก นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ และ นายปราโมทย์ นาครทรรพ ได้รับเป็นที่ปรึกษาให้กับพันธมิตรประชาชนฯ ด้วย
สำหรับกรรมการของพันธมิตรประชาชน ฯ จำนวน 15 คนประกอบไปด้วย นายพิทยา ว่องกุล ประธาน ครป., นายพิภพ ธงไชย ที่ปรึกษา ครป., นางเรวดี ประเสริฐเจริญสุข ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน( กปพช.), น.ส. รสนา โตสิตระกูล เครือข่าย 30 องค์กรต้านคอร์รัปชั่น, นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองภาคประชาชน, ตัวแทนนายสนธิ ลิ้มทองกุล ,นายปรีดา เตียสุวรรณ เครือข่ายนักธุรกิจเพื่อการปฏิรูปการเมือง, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นักวิชาการจากสถาบัยราชภัฎนครราชสีมา, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายศิริชัย ไม้งาม, คุณสุวิทย์ วัดหนู จากองค์กรสลัมเพื่อประชาธิปไตย, น.ส. กชวรรณ ชัยบุตร เลขาธิการ สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.), นายวีรพล โสภา, นายอวยชัย วะทา จากเครือข่ายครูคัดค้านการถ่ายโอนสถาบันการศึกษาขั้นพื้นฐานไปสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และนาย เพียร ยงหนู
ที่มา http://www.ftawatch.org/news/view.php?id=8036
30 มิถุนายน 2551
กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
(สัญลักษณ์พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย)พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (People's Alliance for Democracy: PAD) เกิดจากการรวมตัวกันของหลายองค์กร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นองค์กรอิสระภาคประชาชน จุดประสงค์หลักของการรวมตัวเพื่อกดดันขับไล่ นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้ลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากเห็นว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนกับธุรกิจส่วนตัวและคนสนิทและประพฤติผิดอีกหลาย ๆ อย่างอันไม่สมควรในการเป็นผู้บริหารประเทศ โดยมีแกนนำ 5 คน ได้แก่
1. สนธิ ลิ้มทองกุล
2. พล.ต. จำลอง ศรีเมือง
3. สมศักดิ์ โกศัยสุข
4. พิภพ ธงไชย
5. สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์
ผู้ประสานงาน สุริยะใส กตะศิลา
27 มิถุนายน 2551
Introduce my group
Name : Kittiya Suaekin
Nickname : Enjoy
ID : 5031205008
E-Mail :
babybixz_cawaii@hotmail.com
Hi 5 :
http://sosadenjoy.hi5.com
Major : Tourism Management
Name : Chittagran Boongird ID : 5031205013
E-Mail :
Major : Tourism Management
Name : Jittraporn PramualMajor : Tourism Management
Major : Tourism Management
E-mail:
Major : Tourism Management
Hi 5 :









